ไขปริศนานักชีววิทยาทางทะเลอเมริกันชีวิตใต้ทะเลของเต่าหัวค้อนมหาสมุทรแอตแลนติก

NEWS

เต่าเป็นสัตว์ที่อยู่คู่กับเรามาอย่างยาวนาน ทั้งยังมีอายุขัยยืนยาวที่สุด หลายท่านอาจจะคิดว่าเต่าคงจะมีจำนวนประชากรเยอะแต่ความจริงแล้วกลับตรงกันข้าม ปัจจุบันสัตว์ชนิดนี้กำลังลดจำนวนประชากรลงอย่างต่อเนื่องจนใกล้จะสูญพันธุ์ โดยสาเหตุหลักเกิดจากปัจจัยในการขยายพันธุ์ของเต่าและการไล่ล่าของมนุษย์

และในวันนี้เราจะมาพูดถึงเต่าทะเลเป็นหลัก สายพันธุ์ของเต่าทะเลนั้นมีอยู่มากมาย เช่น เต่าตนุ เต่ากระหรือเต่าปากเหยี่ยว เต่ามะเฟืองหรือเต่าเหลี่ยม เต่าหญ้าแปซิฟิก และเต่าหัวค้อนเป็นต้น เต่าชนิดนี้สามารถวิวัฒนาการตัวเองและเปลี่ยนกระดองได้ตามสภาพแวดล้อมที่อาศัยอยู่เพื่อป้องกันตัวเองจากศัตรูในท้องทะเล

ติดตามชีวิตเต่าหัวค้อนในมหาสมุทรแอตแลนติก

เมื่อไม่นานมานี้ทีมนักชีววิทยาทางทะเลเเห่งมหาวิทยาลัย University of Florida ได้ทำการค้นคว้าชีวิตใต้ทะเลของลูกเต่าหัวค้อนเพื่อหาทางอนุรักษ์เต่าสายพันธุ์นี้ให้อยู่คู่กับมหาสมุทรแอตแลนติก โดยการใช้ป้ายขนาดจิ๋วติดลงไปบนตัวลูกเต่าหัวค้อน (loggerhead) จำนวน 17 ตัวก่อนจะปล่อยลูกเต่าลงสู่ทะเลแอตเเลนติกเหนือที่รัฐฟลอริด้า และทีมงานคอยเฝ้าติดตามดูการเดินทางในท้องทะเลนานถึง 220 วัน

ซึ่งป้ายที่ติดลงบนตัวลูกเต่าหัวค้อนเป็นอุปกรณ์ขนาดเล็กที่ใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ในการส่งสัญญาณสื่อสารกับดาวเทียม ชี้ให้เห็นการเดินทางของทั้ง 17 ตัว ที่อยู่ในกระแสน้ำทะเลแอตแลนติกเหนือ แต่ปรากฎว่าลูกเต่าหัวค้อนกว่าครึ่งมุ่งเข้าสู่ทะเลซาร์กัสโซ (Sargasso Sea) ที่ตั้งอยู่ระหว่างกลางของกระเเสน้ำทะเลในมหาสมุทรแอตเเลนติก ทำให้เกิดข้อสงสัยมากมาย

ทำไมเต่าหัวค้อนถึงมุ่งสู่ทะเลซาร์กัสโซ ?

            จากบทความข้างต้นที่ทีมนักวิจัยได้ปล่อยลูกเต่าหัวค้อนสู่มหาสมุทรแอตแลนติก แต่มีลูกเต่าจำนวนหนึ่งที่แยกตัวออกมาแล้วมุ่งสู่ทะเลซาร์กัสโซที่อยู่บริเวณมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ อยู่ระหว่างเกาะเบอร์มิวดาและหมู่เกาะลีเวิร์ดแทน ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าเพราะอะไร ทำไมลูกเต่าถึงได้เดินทางไปที่นั่น ? นั่นก็เพราะทะเลแห่งนี้อุดมไปด้วยสาหร่ายทุ่นหรือสาหร่ายซาร์กัสซัมจำนวนมากมายมหาศาล นับเป็นแหล่งอาหารคอยหล่อเลี้ยงสัตว์ทะเลและเป็นที่พักพิงเคลื่อนที่ได้เป็นอย่างดี

สาหร่ายทุ่นมีลักษณะเส้นโยงใยพันกันหนาทึบ ส่งผลให้มีสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลมากมายมาแอบซ่อนและหากิน นี่จึงอาจเป็นสาเหตุหลักที่ลูกเต่าทะเลจำนวนนั้นได้มุ่งหน้ามาสู่ทะเลซาร์กัสโซ เพื่อหาอาหารและอยู่อาศัย เนื่องจากที่นี่มีสาหร่ายทุ่นอยู่มากมายทั้งยังเคลื่อนที่ไปตามกระแสน้ำ ทำให้เกิดการหมุนเวียนของแหล่งอาหารแหล่งที่อยู่อาศัย

โดยทีมนักวิจัยค้นพบว่านอกจากลูกเต่าหัวค้อน จะสามารถกินสาหร่ายทุ่นได้แล้วยังกินสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่ไปพักพิงในสาหร่ายทุ่นได้ด้วย นับเป็นแหล่งอาหารที่มีความอุดมสมบูรณ์มาก จากการมุ่งหน้ามาทะเลซาร์กัสโซของลูกเต่าชนาดนี้ชี้ให้เห็นว่าเต่ามีเส้นทางการเดินทางในท้องทะเลที่หลากหลาย และยังต้องพิจารณาถึงการอนุรักษ์ทะเลแห่งนี้ไว้เพื่อช่วยให้เต่าหัวค้อนได้มีแหล่งอาหารและที่พักพิง

เมื่อพูดถึงเรื่องของการอนุรักษณ์ทะเลซาร์กัสโซ ได้มีนักสมุทรศาสตร์คนหนึ่งผู้มีส่วนร่วมในการผลักดันให้ทะเลแห่งนี้ให้เป็นเขตสงวนทางทะเลในทะเลหลวง  คือ ซิลเวีย เอิร์ล นักสมุทรศาสตร์ เขาได้ให้คำอุปมาสาหร่ายทุ่นหรือสาหร่ายซาร์กัสซัมว่า “สาหร่ายชนิดนี้กับป่าฝนเขตร้อนที่มีค่าดุจทองคำ” นับเป็นการเปรียบเปรยที่แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของสาหร่ายทุ่นที่มีต่อสิ่งมีชีวิตในท้องทะเลได้ดียิ่ง